กัญชาในชีวิตประจำวัน

กัญชาจากยาเสพติดสู่พืชสมุนไพร พลิกชีวิตประจำวันอย่างไร

กัญชาในชีวิตประจำวัน_H1

กัญชาในชีวิตประจำวัน กัญชา (Cannabis sativa) พืชใบเขียวชอุ่มที่เคยถูกตีตราเป็นยาเสพติดอันตราย กลับกลายเป็นกระแสที่ร้อนแรงไปทั่วโลกในปัจจุบัน ด้วยสรรพคุณทางการแพทย์ที่หลากหลาย อีกทั้งยังมีประโยชน์ในด้านอื่นๆ อีกมากมาย บทความนี้จะพาคุณเจาะลึกเข้าไปในโลกของกัญชา สำรวจประโยชน์และข้อควรระวังในการนำกัญชามาใช้ในชีวิตประจำวัน พร้อมไขข้อสงสัยต่างๆ เพื่อให้คุณเข้าใจกัญชาอย่างรอบด้าน กัญชา  เป็นพืชสมุนไพรที่มนุษย์รู้จักมาอย่างยาวนาน มีการค้นพบหลักฐานการใช้กัญชาในทางการแพทย์ย้อนกลับไปเมื่อ 5,000 ปีก่อน ในทวีปเอเชียและแอฟริกากัญชาเป็นพืชล้มลุกที่มีสารออกฤทธิ์ทางจิตประสาทหลายชนิด เช่น สาร Tetrahydrocannabinol (THC) และ Cannabidiol (CBD) สาร THC ทำให้เกิดอาการมึนเมา เคลิ้มฝัน แต่สาร CBD ไม่มีฤทธิ์ทางประสาท แต่มีสรรพคุณทางการแพทย์มากมายในอดีต กัญชาถูกจัดเป็นยาเสพติดประเภท 5 ในประเทศไทย เนื่องจากมีสาร THC สูง แต่ในปัจจุบัน กระแสการยอมรับกัญชาในทางการแพทย์และอุตสาหกรรมต่างๆ มีมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้หลายประเทศเริ่มผ่อนปรนกฎหมายเกี่ยวกับกัญชา

การวิจัยทางการแพทย์ในปัจจุบันพบว่า กัญชาสามารถใช้รักษาโรคต่างๆ ได้มากมาย เช่น

  • โรคลมชัก
  • โรคเบาหวาน
  • โรคพาร์กินสัน
  • โรคอัลไซเมอร์
  • โรคมะเร็ง
  • โรคปวดเรื้อรัง
  • โรควิตกกังวล
  • โรคซึมเศร้า

นอกจากนี้ กัญชายังมีประโยชน์ในด้านอื่นๆ เช่น

  1. ช่วยให้นอนหลับสบาย
  2. ลดความเครียด
  3. ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ
  4. บรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียน
  5. กระตุ้นความอยากอาหาร
  6. ใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์บำรุงผิว

จากยาเสพติดสู่พืชแห่งอนาคต

กัญชาถูกจัดเป็นยาเสพติดประเภท 5 ในประเทศไทย เนื่องจากมีสาร Tetrahydrocannabinol (THC) ซึ่งส่งผลต่อระบบประสาท ทำให้เกิดอาการมึนเมา เคลิ้มฝัน แต่ในขณะเดียวกัน กัญชาก็มีสาร Cannabidiol (CBD) ซึ่งไม่มีฤทธิ์ทางประสาน แต่มีสรรพคุณทางการแพทย์มากมาย เช่น บรรเทาอาการปวด ลดอาการชัก คลื่นไส้ ลดความวิตกกังวล และอื่นๆ

การวิจัยทางการแพทย์ในปัจจุบันพบว่า กัญชาสามารถใช้รักษาโรคต่างๆ ได้ เช่น โรคลมชัก โรคเบาหวาน โรคพาร์กินสัน โรคอัลไซเมอร์ และอีกมากมาย นอกจากนี้ กัญชามีประโยชน์ในด้านอื่นๆ ด้วย เช่น ใช้เป็นส่วนผสมในอาหาร เครื่องสำอาง ยาฆ่าแมลง และผลิตภัณฑ์อื่นๆ

กัญชาในชีวิตประจำวัน: ประโยชน์ที่คาดไม่ถึง

ทางการแพทย์ บรรเทาอาการปวด ลดอาการชัก คลื่นไส้ ลดความวิตกกังวล กระตุ้นความอยากอาหาร ช่วยรักษาโรคต่างๆ

สุขภาพจิต: ช่วยให้นอนหลับสบาย ลดความเครียด ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ

ความงาม: ใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์บำรุงผิว บรรเทาอาการสิว

อาหารและเครื่องดื่ม: ใช้เป็นส่วนผสมในน้ำมันปรุงอาหาร ชา กาแฟ และอื่นๆ

อุตสาหกรรม: ใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตเชือก กระดาษ ยาชีวภาพ

ข้อควรระวังในการใช้กัญชา

  1. กฎหมาย : ในประเทศไทย การซื้อขาย ครอบครอง หรือปลูกกัญชามีโทษทางกฎหมาย โดยต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  2. ผลข้างเคียง : กัญชามีผลข้างเคียง เช่น มึนเมา วิงเวียน ศีรษะเบา ปากแห้ง ตาแดง ใจสั่น หวาดระแวง โดยเฉพาะในผู้ที่ใช้ปริมาณมาก
  3. เสพติด: กัญชามีฤทธิ์เสพติดเล็กน้อย บางรายอาจติดกัญชาได้
  4. ผลต่อพัฒนาการสมอง: กัญชาส่งผลต่อพัฒนาการสมองในวัยรุ่น
  5. ปฏิสัมพันธ์กับยา: กัญชาอาจมีปฏิสัมพันธ์กับยาบางชนิด ทำให้เกิดอันตรายได้
  6. แนวโน้มของกัญชาในอนาคต คาดว่าจะมีการพัฒนาสายพันธุ์กัญชาที่มีสาร THC ต่ำ และสาร CBD สูง เพื่อลดผลข้างเคียงและเพิ่มประโยชน์ทางการแพทย์ นอกจากนี้ การวิจัยทางการแพทย์เกี่ยวกับกัญชาก็จะยิ่งกว้างขวางขึ้น เพื่อค้นหาประโยชน์ใหม่ๆ ของกัญชาอย่างไรก็ตาม การใช้กัญชาจำเป็นต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและกฎหมาย ควรปรึกษาแพทย์ก่อน

ข้อดี ข้อเสียของกัญชา

ข้อดีของกัญชา

  1. หากคุณกำลังเบื่ออาหาร มีความอยากอาหารน้อยลง การรับประทานกันชาสามารถช่วยให้คุณมีความอยากอาหารมากขึ้น
  2. รู้สึกไม่สบาย มีอาการวิงเวียนหัวคลื่นไส้อาเจียน การรับประทานกันชาสามารถบรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียน
  3. ในใบกัญชามีสาร Cannabinoids หากผู้ที่มีอาการซึมเศร้าได้สารรับตัวนี้ สามารถลดพฤติกรรมรุนแรงทางด้านอารมณ์ลงได้
  4. ในงานวิจัยได้ค้นพบว่า สาร THC ที่อยู่ในใบกัญชาสามารถป้องกันโรคอัลไซเมอร์
  5. กัญชาทำให้เนื้องอกเนื้อร้ายอย่างมะเร็งหดเหี่ยวลดลงได้
  6. ผู้ที่นอนไม่ค่อยหลับ การรับประทานกัญชาจะช่วยให้คุณหลับสบายมากขึ้น

ข้อเสียของกัญชา

  1. เนื่องจากกัญชามีฤทธิ์กระตุ้นประสาท หากผู้เสพใช้ในปริมาณที่มากเกินไป อาจทำให้ผู้เสพมีอาการมึนเมาคล้ายเหล้า เห็นภาพหล่อน หูแวว หวาดระแวง ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้
  2. ผู้ป่วยที่มีอาการทางจิต ไม่ควรเสพกัญชา เพราะจะส่งผลให้เกิดความสับสน วิตกกังวล สมาธิสั้น จนถึงขั้นเสียการทรงตัว
  3. การเสพกัญชาในปริมาณและติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน ส่งผลให้ร่างกายของคุณเสื่อมโทรมและอาจก่อให้เกิดโรคได้ง่ายขึ้น เช่น โรคหลอดลมอักเสบเรื้อรัง น้ำหนักตัวลดลง ซูบผอม
  4. กัญชายังทำให้ปริมาณอสุจิในเพศชายลดน้อยลง เพราะมีฤทธิ์ที่ส่งผลต่อฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนของเพศชาย
  5. การสูบกัญชาในปริมาณ 4 ม้วน เทียบเท่ากับการสูบบุหรี่ 1 ซอง และยังมีความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดโรคมะเร็งได้มากกว่าคนสูบบุหรี่สูงถึง 5 เท่า
กัญชาเป็นยารักษาโรค/ภาวะอาการที่สามารถใช้ยากัญชาได้

6 โรค/ภาวะอาการ ที่สารกัญชาได้ประโยชน์ในการรักษา โดยมีข้อมูลวิชาการสบับสนุนชัดเจน ภาวะคลื่นไส้อาเจียนในผู้ป่วยที่ได้รับยาเคมีบำบัด

  • โรคลมชักที่รักษายาก และโรคลมชักที่ดื้อต่อยารักษา
  • ภาวะกล้ามเนื้อหดเกร็ง ในผู้ป่วยปลอกประสาทเสื่อมแข็ง
  • ภาวะเบื่ออาหารในผู้ป่วย AIDS ที่มีน้ำหนักน้อย
  • การเพิ่มคุณภาพชีวิตผู้ป่วยที่ได้รับการดูแลแบบประคับประคอง หรือผู้ป่วยระยะสุดท้ายของชีวิต

4 กลุ่มโรค / ภาวะ ที่น่าจะได้รับประโยชน์จากสารกัญชา แต่ยังต้องการงานวิจัยสนับสนุนเพิ่มเติม

  • โรคพาร์กินสัน
  • โรคอัลไซเมอร์
  • โรคปลอกประสาทอักเสบอื่น ๆ (ที่ไม่ใช่ปลอกประสาทเสื่อมแข็ง)
  • โรคอื่น ๆ ที่มีข้อมูลสนับสนุนทางวิชาการว่าน่าจะได้ประโยชน์
คนที่ไม่สามารถใช้ยากัญชาได้
  • กำลังตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร
  • มีความเสี่ยงสูงในการทำร้ายตนเอง
  • โรคซึมเศร้า โรคอารมณ์สองขั้ว โรคจิตจากสารเสพติด โรคจิตเภท
  • รับประทานยาต้านการแข็งตัวของเลือด
  • โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคตับ โรคไต ที่มีอาการรุนแรง
  • มีประวัติแพ้สารสกัดกัญชา

เว็บข่าวกัญชา :: weedbong420.com

เว็บไซต์แฟนเพจสนุก :: Weedzbong420